|
| วันแรก กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง-สิเรียม-เจดีย์เยเลพญา - เจดีย์โปตาทาวน์-เทพทันใจ-เทพกระซิบ-เจดีย์ชเวดากอง-โชว์พื้นเมือง |
| 06.00 น. |
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสายขาออก ชั้น 4 (ประตู 3-4 ) เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
|
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ TG 303 (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที) **บริการอาหารบนเครื่อง**
|
| 08.45 น. |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง เมืองย่างกุ้ง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า ท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านชม พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำ ที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม นำท่านไหว้สักการะเพื่อขอ พรพระจกบาตร หรือ พระอุปคุป ที่เป็นที่นับถือของชาวพม่า ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆ ตัว สามารถซื้ออาหารที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆตัวที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ ย่างกุ้ง
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม เจดีย์โปตาทาวน์ ตามตำนานเล่าขานว่าเมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์ มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือดากอง ณ บริเวณนี้จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์สำคัญอื่น ๆเจดีย์โบดาทาวน์ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้งทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่นาชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมาวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนักตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ใน พระราชวังมัณฑะเลย์ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดียทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ตนอกจากพระพุทธรูปทองคำ จากนั้นนำท่านนมัสการ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และชาวไทยที่นิยมมากราบไหว้ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล และไม่พลาดที่จะขอพร เทพกระซิบ เทพศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าอยู่ภายในอาคารตรงข้ามกับ เจดีย์โปตาทาวน์ โดยการขอพรต้องเข้าไปกระซิบที่ข้างหู จากนั้นนำชม เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ทองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ยอดฉัตรประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่ากว่า 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ขนาดเท่าไข่ไก่รอบๆ องค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น
|
| 19.00 น. |
บริการอาหารค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์ นานาชนิดให้ท่านได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองแบบพม่า พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงามอ่อนช้อย ณ ภัตตาคารการะเวก บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารนี้สร้างในปีที่ 2513 เลียนแบบเรือกัญญาหัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ในวรรณคดีป่าหิมพานต์ ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง
|
|
พักที่ PARK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว) |
| วันที่สอง ย่างกุ้ง-พุกาม-เจดีย์ชเวสิกอง-กะยันสิททาอูมิน-วิหารโลเมงโล-วิหารอานันทา-วิหารธรรมมายันจี-วัดกุโสดอ |
| 06.30 น. |
เดินทางสู่ พุกาม โดยสายการบินแอร์บะกัน เที่ยวบินที่ W9009 (บริการอาหารกล่อง)
|
| 07.50 น. |
เดินทางถึง เมืองพุกาม เมืองแห่งโบราณสถาน ท่านจะได้ชมสถูปเจดีย์ และวิหาร ส่วนที่รอดพ้นจากภัยแผ่นดินไหว และการกัดเซาะของแม่น้ำอิระวดีมีอยู่ไม่น้อยกว่า 2,000 แห่ง ถูกขนานนามว่าเป็น"ดินแดนแห่งป่าพระเจดีย์" นำท่านชม พระเจดีย์ชเวสิกอง (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีอายุกว่า 900 ปีขึ้นไป ภายในเชื่อว่าประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุจากพระสรีระหลายส่วน ทั้งที่เป็นธาตุจากไหปลาร้า พระนลาฎ ตลอดจนพระเขี้ยวแก้วของพระเจ้าอโนรธา ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาณาจักรพุกาม ชมระฆังใหญ่ ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองโปรดให้หล่อขึ้นเพื่ออุทิศแก่พระเจดีย์ชเวสิกอง เมื่อคราวยกทัพมาตีพุกามได้ นอกจากนั้นเราจะได้ชม ผีนัด หรือผีบ้านผีเมือง ซึ่งเป็นความเชื่อและนับถือของชาวพม่า รวมจนถึงอาณาจักรล้านนาด้วย จากนั้นชมวัดกะยันสิททาอูมิน ซึ่งมีลักษณะเป็นถ้ำสำหรับการจำศีลภาวนา ชมจิตรกรรมฝาผนังภายในถ้ำ ซึ่งภาพของพระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์ เพื่อเสด็จไปเทศน์โปรดพระพุทธมารดา นอกจากนี้ที่เพดานเหนือประตูทางออกมีลวดลายพระพุทธบาทที่สวยงามมากอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ วัดมนูหะ สร้างโดยพระเจ้ากษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อน มาเมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ใน ปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด และระบายให้ได้รับรู้ถึงความอึดอัดใจ และความไม่สบายใจที่พระองค์มีต่อการต้องตกเป็นเชลยเช่นนี้ ภายในวิหาร ประดิษฐานพระพุทธรูปอยู่ 3 องค์ ซึ่งองค์ประธานนั้นมีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระของพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์ หากเดินเข้าไปตามช่องว่างระหว่างวิหารกับพระพุทธรูป จะพบกับพระพุทธรูปปางไสยาสน์อีก 2 องค์ ซึ่งก็ขนาดใหญ่โตจนทำให้วิหารคับแคบลงไปถนัดตาเช่นกัน
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
|
| บ่าย |
ชม วัดอานันทาวิหาร เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่ที่ขึ้นชื่อได้รับการยกย่องว่าเป็น “เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์สกุลช่างพุกาม” เป็นที่รู้จักเหนือวิหารทั้งหลาย สร้างโดยพระเจ้าจานสิตา เมื่อก่อนยอดพระเจดีย์ยังเป็นสีขาวเหมือนกับพระเจดีย์องค์อื่นๆ ของพุกาม แต่รัฐบาลพม่าได้มาทาสีทองทับเมื่อปี พ.ศ. 2533 เพื่อสมโภชการสร้างอานันทวิหารครบรอบ 900 ปี ตัววิหารเป็นทรงสี่เหลี่ยม มียอดเป็นฉัตรทอง มีมุขเด็ด ยื่นออกไปทั้ง 4 ด้าน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปประทับยืนไม้ปิดทอง สี่ทิศ มีลักษณะเดียวกัน ขนาดสูงถึง 31 ฟุต ประกอบด้วย พระกกุสันโธพุทธเจ้า ซึ่งเดิมทีประจำอยู่ทิศตะวันออก แต่ได้ถูกย้ายมาประจำทิศเหนือ, พระโกนาคมนพุทธเจ้า สร้างขึ้นใหม่ ประจำทิศตะวันออก, พระกัสสปพุทธเจ้า ประจำทิศใต้, พระโคดมพุทธเจ้า ประจำทิศตะวันตก จากนั้นชม วิหารธรรมมายันจี วิหารที่วัดนี้ได้ชื่อว่าใช้ความหนาแน่น ความละเอียดพิถีพิถันในการสร้างมากที่สุดในพม่าก็ว่าได้ จากนั้นให้ท่านได้เลือกซื้อ เครื่องเขิน เป็นสินค้าพื้นเมืองของพุกามที่ขึ้นชื่อ ข้อเด่นของเครื่องเขินคือ ความประณีตและลวดลายที่วิจิตรบรรจง จากนั้นชมเจดีย์ชเวสันดอ เชื่อกันว่าภายในบรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า และยังมีรูปปั้นเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาฮินดูตั้งอยู่บริเวณลานของวิหาร จึงมีชื่อเรียกแบบฮินดูว่าเจดีย์กาเนซา จากบริเวณนี้ท่านสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า และเจดีย์น้อยใหญ่ ที่ตั้งอยู่รายรอบ จนได้สมญานามว่า “ป่าทะเลเจดีย์”
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมโชว์เชิดหุ่นกระบอกที่หาชมได้ยาก อันเป็นศิลปะที่งดงามอ่อนประดุจมีชีวิต พร้อมให้ท่านได้ทดลองลิ้มรสอาหารพื้นเมืองของคนพม่า
|
|
พักที่ MYANMAR TREASURE HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว)
|
| วันที่สาม พุกาม-มัณฑเลย์-สะพานไม้อูเบง-วัดกุโทดอ-วัดชเวนันดอ-พระราชวังมัณฑเลย์-ชมวิวมัณฑเลย์ฮิล |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
| 08.15 น. |
เดินทางสู่ มัณฑเลย์ โดย สายการบินแอร์บะกัน เที่ยวบินที่ W9009
|
| 08.45 น. |
ถึง มัณฑเลย์ เมืองหลวงเก่าของพม่าอีกแห่งหนึ่ง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอมรปุระ ซึ่งเป็นเมืองหลวงก่อนที่จะย้ายไปเมืองมัณฑเลย์ นำท่าน ชมสะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ชมวัดกุโทดอ ซึ่งพระเจ้ามินดงทรงใช้เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎก ที่วัดนี้จึงเป็นที่เก็บพระไตรปิฎกที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระไตรปิฎกนี้สลักลายบนแผ่นหินขนาดใหญ่ถึง 729 แผ่น แต่ละแผ่นตั้งอยู่โดยมีศาลาคลุม ตั้งเรียงรายเป็นแถวแนวในวัด
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชมวัดชเวนันดอ ชมอาคารไม้สักทองสลักเสลาด้วยลวดลายที่งามวิจิตร อาคารนี้เคยเป็นพระตำหนักที่ประทับของพระเจ้า มินดง เมื่อสิ้นพระชนม์ลงแล้ว พระเจ้าทีบอ (กษัตริย์องค์สุดท้ายของพม่า) ได้รื้อมาถวายวัดภายในอาคารยังตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเล่าเรื่องมหาชาดก 10 ชาติ ที่ยังคงความสมบูรณ์มากที่สุดจากนั้นผ่านชมวัดอตุมาชิ สร้างโดยพระเจ้ามินดง เป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยปูนปั้นมีระเบียงรอบถึง 5 ชั้น แตกต่างจากวัดอื่นๆ ต่อมาถูกไฟไหม้หมด ขณะนี้ทางการพม่าได้ก่อสร้างขึ้นมาใหม่ในรูปแบบเดิม ชมพระราชวังมัณฑเลย์ สร้างขึ้นเมื่อย้ายราชธานีมาจากอมรปุระ เป็นพระราชวังขนาดใหญ่มีประตูเข้าถึง 12 ประตู ตัวพระราชวังเป็นหมู่อาคารไม้และตึก ประกอบด้วยท้องพระโรง พระที่นั่ง และตำหนักต่างๆ ทั้งหมดถูกไฟไหม้เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ปัจจุบันทางการพม่าได้จำลองขึ้นใหม่อีกครั้งบนฐานเดิม นำท่านชมวิธีการทอผ้าพื้นเมืองของพม่า ให้ท่านได้เลือกซื้อเป็นของฝาก ของที่ระลึกสมควรแก่เวลานำท่านชมทัศนียภาพของเมืองหลวงเก่าของพม่าที่ภูเขามัณฑเลย์
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
|
พักที่ MADALAY HILL RESORT & HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว ) |
| วันที่สี่ พระมหามัยมุนี-วัดกุสินารา-มัณฑะเลย์-SHWE YAN PHE-ทะเลสาบอินเล-นมัสการพระบัวเข็ม |
| 04.00 น |
นำท่านร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมล้างหน้า พระพักตร์พระมหามัยมุนี และร่วมกันถวายผ้าจีวรแด่พระมหามัยมุนี (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือวัดยะไข่ (วัดอาระกัน หรือวัดพยาจี) เพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า โดยรอบ ๆ ระเบียงเจดีย์ยังมีโบราณวัตถุที่นำไปจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งกรุงแตกครั้งที่ 1 เชิญทุกท่านร่วมทำบุญบูรณวัดกุสินารา ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ปางปรินิพพาน สวยงามมาก
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
|
| 07.00 น. |
ออกเดินทางสู่ สนามบินมัณฑะเลย์ (บริการอาหารเช้า อาหารกล่อง)
|
| 08.50 น. |
ออกเดินทางสู่สนามบินเฮโฮโดยสายการบิน YANGON AIRWAYS เที่ยวบินที่ HK918
|
| 09.20 น. |
เดินทางถึงเดินทางถึงสนามบิน HEHO เดินทางต่อสู่ทะเลสาบอินเล สู่เมืองยอง ชเว โดยรถปรับอากาศ ระหว่างทาง นำท่านชมวัด SHWE YAN PHEซึ่งแปลว่าสมปรารถนามีอายุ 115 ปี สร้างโดยเจ้าฟ้าไทยใหญ่
|
| 11.00 น. |
เดินทางถึงเมืองยอง ชเว หลังจากนั้นนำท่านนั่งสามล้อพม่า หรือภาษาพม่าเรียกว่าไซก้า ชมเมืองยอง ชเว ท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพม่า และชนกลุ่มต่าง ๆ ของรัฐฉาน มากถึง 35 ชนเผ่า ซึ่งในประเทศพม่ามีมากกว่า 135 เชื้อชาติ และเจดีย์เก่าแก่ประจำเมืองยอง ชเว จากนั้นนำคณะลงเรือ ชมความงามของทะเลสาบอินเล ชมวิถีชีวิตของชาวอินตา (ลูกแห่งทะเลสาบอินเล) ที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ทะเลสาบ นำท่านไปชมตลาดเช้าของชาวอินตา ซึ่งจะมีอยู่หลายแห่งหมุนเวียนกันไป เรียกว่า FIVE DAYS MARKET จะเป็นศูนย์รวมของชนเผ่าต่างๆ ขนของจากดอย ใส่เกวียนมาขายกันในตลาดแห่งนี้ ซึ่งท่านจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆอย่างใกล้ชิด ท่านจะได้ผ่านหมู่บ้านชาวประมง,หมู่บ้านผลิตเครื่องเงิน, เครื่องทอง, โรงงานตีมีดแบบโบราณโดยวิธีเผาไฟ ท่านจะได้สัมผัสกับวิธีการหาปลาแบบชาวอินตาโดยใช้เท้าพายเรือขาเดียว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร กลาง ทะเลสาบ พร้อมสัมผัสกับวิวทิวทัศน์ของทะเลสาบ และนำท่านไปนมัสการพระบัวเข็ม พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่แกะจากไม้จันทน์ อายุนับพันปี เดิมมีขนาดเพียง 5 ซ.ม.แต่ด้วยศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนได้มาปิดทองจนมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 6 เท่า นำท่านล่องเรือต่อไปยังศูนย์ทอผ้าพื้นเมืองของชาวอินตา ชมการทอผ้าไหม, ผ้าฝ้าย ลวดลาย ต่าง ๆ ที่สวยงามยิ่งที่หมู่บ้านอินปอค่อน น่าซื้อเป็นของที่ระลึก หลังจากนั้นเดินทางกลับไปหมู่บ้านผลิตบุหรี่พื้นเมือง และสวนลอยน้ำ (Floating Garden) ที่ปลูกผักมากมาย เช่น พริก, ผักกาด, มะเขือเทศ ในจำนวนมากพอที่จะเลี้ยงคนพม่าทั้งประเทศได้ หลังจากนั้นนำท่านไป Nga-Phe-Kyanng Monastary เป็นสำนักสงฆ์ที่รวบรวมพระพุทธรูปสำคัญ ๆ ไว้เป็นจำนวนมากเป็นวัดที่ได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถาน ประกอบด้วยเสาไม้สักถึง 654 ต้น สร้างในปี ค.ศ. 1205 สมัยพระเจ้ามินดง และชมแมวกระโดดลอดบ่วงซึ่งได้รับการฝึกมาอย่างดีจากพระวัดนี้เพื่อโชว์ให้นักท่องเที่ยวโดยฉพาะ ได้เวลาสมควรนำท่านเข้าสู่ที่พัก
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พักอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย
|
|
พักที่ MYANMAR TRESURE RESORT INLE LAKE หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว)
|
| วันที่ห้า ทะเลสาบอินเล - ย่างกุ้ง - พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี - เจดีย์กาบาเอ - นมัสการมหาเจดีย์ชเวดากอง - ตลาดสก๊อต – กรุงเทพฯ |
| 05.30 น. |
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ของทะเลสาบอินเลยามเช้า |
| 06.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม |
| 06.30 น. |
นำท่านออกเดินทางกลับสู่เมือง เมืองยอง ชเว (Nyuang Shwe) แล้วสู่สนามบินเฮโฮ
|
| 09.35 น. |
บินลัดฟ้าสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินย่างกุ้งแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ HK 918
|
| 10.45 น. |
เดินทางถึงสนามบินเม็งกะลากรุงย่างกุ้ง นำท่าน ผ่านชมทัศนียภาพและเก็บภาพความประทับใจของ เจดีย์ซูเลย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยที่อังกฤษยังปกครองพม่าอยู่ เปรียบเจดีย์ซูเลย์นี้ได้ดั่งหัวใจของย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้เป็นศูนย์กลาง สวนสาธารณะมหาบัณฑุละ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์อิสรภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน (กะเหรี่ยง) กะยา และชมเมืองย่างกุ้งที่สร้างตามแบบศิลปะ วิกตอเรียผ่านศาลฎีกา และศาลอุธรณ์ และอาคารสำคัญต่างๆ ที่ก่อสร้างตามแบบอังกฤษ นำท่านชม พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามมาก โดยเฉพาะดวงตา และพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ นำท่านชม เจดีย์กาบาเอนมัสการพระพุธรูปองค์จำลองของพระมหามุนีที่เมืองมัณฑเลย์ ผ่านชมถ้ำมหาปาตะนะกูหะ ซึ่งเป็นที่ชำระพระไตรปิฎกสังคายนาครั้งที่หกหลังจากได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ เป็ดปักกิ่ง) นำท่านเลือกซื้อสินค้าที่ สก๊อตมาร์เก็ต ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น ไม้ และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงิน นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนำท่านชมความน่ารัก แสนรู้ของ ช้างเผือก ที่มีลักษณะทั้ง 9ประการตรงตามตำราโบราณ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเม็งกะลาดง
|
| 19.40 น. |
ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 306
|
| 21.35 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
|