| - นำท่านนั่งสามล้อโบราณ สัมผัสความเก่าแก่ของเมืองปักกิ่ง
- เที่ยวเต็มอิ่ม 5 วัน 4 คืน .. พักโรงแรมระดับ 4 ดาว
- ช็อปปิ้งสุดมันส์ .. ถนนหวังฟู่จิ่ง .. ตลาดรัสเซีย
- เที่ยวกำแพงเมืองจีน .. หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหรรษจรรย์ของโลก
- เมนูพิเศษ .. เป็ดปักกิ่งต้นตำรับ สุกี้มองโกล อาหารกวางตุ้ง อาหารเหยูหนาน และชมโชว์พิเศษ
|
| วันแรก กรุงเทพฯ – ปักกิ่ง |
| 16.50 น. |
คณะพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 10 บริเวณ ISLAND-U สายการบินแอร์ไชน่า (CA) โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ท่านก่อนออกเดินทาง
|
| 18.50 น. |
เหิรฟ้าสู่นครปักกิ่ง โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 960
|
| 00.30 น. |
ถึงท่าอากาศยานนครปักกิ่ง เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ เดิมทีปักกิ่งเคยเป็นเมืองสำคัญทางการค้าของอาณาจักรเยี่ยนเมื่อ 500 ปีก่อนคริสตกาล หลังการปฏิวัติล้มล้างระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และการสู้รบกลางเมือง ค.ศ 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ชัยชนะ จึงประกาศตั้งรัฐบาลและกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศนับแต่นั้นมา และท่านจะได้สัมผัสกับ “สนามบินนานาชาติ” ซึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015 สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุด ฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามาพร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
|
|
พักที่ HUAN DAO BO YA HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
|
| วันที่สอง พระราชวังกู้กง – จัตุรัสเทียนอันเหมิน – หอฟ้าเทียนถาน - กายกรรมปักกิ่ง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางสู่เมืองประวัติศาสตร์เก่าแก่ “ปักกิ่ง” เที่ยวชม จัตุรัสเทียนอันเหมิน (ความหมายประตูของสันติภาพอย่างสวรรค์) เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ 880 เมตร ทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตก 500 เมตร พื้นที่ทั้งสิ้น 440,000 ตารางเมตร สามารถจุประชากรได้ถึง 1,000,000 คน ปัจจุบันจัตุรัสเทียนอันเหมินนับเป็นจัตุรัสใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก สัญลักษณ์ของประเทศจีนใหม่ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีฉลองเนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆซึ่งบริเวณนั้นยังเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์วีรชนศาลาประชาคม จัตุรัสเทียนอันเหมินล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมที่มีความสำคัญ ได้แก่ หอประตูเทียนอันเหมินที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของจัตุรัส ธงแดงดาว 5 ดวงผืนใหญ่โบกสะบัดอยู่เหนือเสาธงกลางจัตุรัส จากนั้นเที่ยวชม พระราชวังต้องห้าม THE FORBIDDEN CITY สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อแห่งราชวงศ์หมิง เป็นทั้งบ้านและชีวิตของจักรพรรดิในราชวงศ์หมิงและชิงรวมทั้งสิ้น 24 พระองค์ พระราชวังเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี มีชื่อในภาษาจีนว่า ‘กู้กง’ หมายถึงพระราชวังเดิม มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ‘จื่อจิ้นเฉิง’ ซึ่งแปลว่า ‘พระราชวังต้องห้าม’ เหตุที่เรียกพระราชวังต้องห้าม เนื่องมาจากชาวจีนถือคติในการสร้างวังว่า จักรพรรดิเปรียบเสมือนบุตรแห่งสวรรค์ ดังนั้นวังของบุตรแห่งสวรรค์จึงต้องเป็น ‘ที่ต้องห้าม’ คนธรรมดาสามัญไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ โบราณสถานแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นบนพื้นที่ 720,000 ตารางเมตร นำท่านชมอาคารเครื่องไม้ที่ประกอบด้วยห้องต่างๆ ถึง 9,999 ห้อง ชมตำหนักว่าราชการพระตำหนักชั้นใน ห้องบรรทมของจักรพรรดิ์ และห้องว่าราชการหลังมู่ลี่ไม้ไผ่ของพระนางซูสีไท่เฮา นำท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จาก ไข่มุก น้ำจืดของเมืองจีน เช่นเครื่องประดับ ครีมไข่มุก หรือผงไข่มุก
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ หอสักการะฟ้าเทียนถัน เดิมเรียก ‘หอสักการะฟ้าดิน’ แรกเริ่มเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิเสด็จมาเซ่นไหว้เทพเจ้าฟ้าและดิน มาในสมัยราชวงศ์หมิงปีที่ 9 แห่งรัชกาลหมิงเจียจิ้ง (ค.ศ.1530) ได้มีการสร้าง ‘หอสักการะดิน’ขึ้นทางทิศเหนือชานกรุงปักกิ่ง สถานที่แห่งนี้จึงเป็นที่สำหรับเซ่นไหว้สักการะเฉพาะเทพเจ้าแห่งฟ้า แล้วเปลี่ยนมาใช้นาม เทียนถันทั้งนี้ การประกอบพิธีสักการะ และสวดมนต์ภาวนาต่อสวรรค์ของกษัตริย์ราชวงศ์หมิง(ค.ศ.1368-1644) และชิง(ค.ศ.1644-1911) กระทำขึ้นเพื่อขอความสิริมงคลแก่ตน ขอฟ้าขอฝนให้พืชผลในไร่นาอุดมสมบูรณ์ พสกนิกรอยู่ร่มเย็นเป็นสุขบนพื้นที่กว่า 2 ล้านตารางเมตรของเทียนถัน(ใหญ่กว่า ‘กู้กง-พระราชวังต้องห้าม’ 4 เท่า) นำท่านชมกำแพงสะท้อนเสียง หากเราลองพูดใส่กำแพงด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งจะได้ยินเสียงของเราด้วย จากนั้นนำท่านผ่านชม “สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV)” มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดีตึกใหม่นี้ออกแบบโดยRem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup จากนั้นพาท่านเดินทางสู่ ร้านชา อันลื่อชื่อที่มีชื่อเสียงของเมืองจีนให้ท่านชิมชาหลากหลายรสตามอัธยาศัย
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร **จากนั้นนำท่านชมสุดยอดกายกรรมปักกิ่ง**
|
|
พักที่ HUAN DAO BO YA HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
|
| วันที่สาม พระราชวังฤดูร้อน – วัดลามะ ยงเหอกง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านสู่ พระราชวังฤดูร้อน “อี้เหอหยวน” ของพระนางซูสีไทเฮา อุทยานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน พระราชวังฤดูร้อนอี๋เหอหยวนในปัจจุบันนี้ มีประวัติศาสตร์มาเกือบพันปีแล้ว ย้อนหลังไปราวคริสต์ศักราชที่ 11 สมัยราชวงศ์จิน (ค.ศ. 1115-1234)พื้นที่ในเขตไห่เตี้ยนนอกกรุงปักกิ่ง มีภูมิประเทศของขุนเขางดงาม ประดุจภาพวาด อากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อน อีกทั้งไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก จึงเหมาะเป็นสถานที่ที่เจ้านายผู้ปกครองในระบบศักดินานิยมมาพักผ่อนตากอากาศ และก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนขึ้นในสมัยจักรพรรดิหย่งเจิ้งแห่งราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-1911) พระราชวังฤดูร้อนได้ทวีความสำคัญขึ้น โดยจักรพรรดิต่อมาอีกหลายพระองค์โปรดเสด็จมาประทับทรงงาน ตลอดจนว่าราชการแผ่นดินที่พระราชวังฤดูร้อนนอกเขตพระราชฐาน จนทำให้พระราชวังฤดูร้อนมีบทบาทสำคัญในด้านเป็นศูนย์กลางทางการเมืองกล่าวกันว่า การก่อสร้างพระราชวังฤดูร้อนนอกพระราชฐานนี้ดำเนินมาตลอดเวลา 800 ปีจวบจนกระทั่งสิ้นสุดกาลสมัยของราชวงศ์แมนจู ทำให้พระราชวังฤดูร้อนบริเวณชานกรุงปักกิ่งบนเขา 3 ลูก ได้แก่ เขาเซียงซัน เขาอี้ว์เฉวียนซัน และเขาวั่นโซ่วซัน มีพื้นที่กว้างใหญ่รวมทั้งสิ้นกว่า 100 ตารางกิโลเมตร ก่อนอุทยานแห่งนี้เป็นที่ประทับของพระนางซูสีไทเฮาสมัยยังมีชีวิตอยู่ชมความงามของทะเลสาปจำลองคุนหมิงที่ขุดขึ้นด้วยแรงงานคนล้วน ชมเรือหินอ่อน ระเบียงกตัญญู ในอดีตอุทยานแห่งนี้ถูกทหารสัมพันธมิตรอังกฤษ ฝรั่งเศสเผาทำลาย ต่อมาเมื่อ ค.ศ. 1888 พระนางซูสีไทเฮาได้ใช้งบประมาณของกองทหารเรือของชาติมาสร้างอุทยานขึ้นใหม่ หลังจากนั้นนำท่านไปผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยการ นวดฝ่าเท้า เป็นการแช่เท้าด้วยยาสมุนไพรจีน และนวดผ่อนคลายที่ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์แผนโบราณ ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับการแพทย์โบราณตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันการส่งเสริมการใช้สมุนไพรจีนที่มีมานานนับพันปีพร้อมรับฟังกาวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ วัดลามะ ยงเหอกง สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1694 หรือเมื่อสามร้อยปีก่อน ภายในวัดมีพระพุทธรูปไม้ขนาดใหญ่ สูง 26 เมตร (บางแห่งบอก 23 เมตร) แกะสลักด้วยไม้จันทน์ มีชื่อว่าพระพุทธรูปอารยเมตไตรย เชื่อกันว่าเป็นงานแกะสลักจากไม้จันทน์เพียงชิ้นเดียว ประดิษฐานอยู่ภายในศาลาหมื่นสุข ว่านฟู่เก๋อ พระพุทธรูปองค์นี้ได้ถูกบันทึกในกินเนสต์บุ๊ค ว่าเป็นพระพุทธรูปไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมสีขาว สูง 26 เมตร ส่วนล่าง 8 เมตรฝังอยู่ใต้ดิน อีก 18 เมตรอยู่เหนือพื้นดิน พระพุทธรูปทั้งองค์มีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน เป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากต้นไม้ต้นเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นเลือกซื้อยาสมุนไพรและครีมยาที่มีชื่อเสียงที่สุดของรัฐบาลจีน ได้แก่ เป่าฟู่หลิง หรือ บัวหิมะ เหมาะกับการเก็บเป็นยาสามัญประจำบ้าน |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร
|
|
พักที่ HUAN DAO BO YA HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
|
| วันที่สี่ กำแพงเมืองจีน – โบสถ์เซ็นโจวเซฟ - หวังฟู่จิ่ง |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านเดินทางสู่ กำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลกในยุคกลางสมัยจักรพรรดิ จิ๋นซีฮ่องเต้ สร้างด้วยแรงงาน เลือดเนื้อ และชีวิตของคนนับล้านคน มีความยาว 6,350 กม. ก่อสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณกว่า 2,000 ปี เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี ค.ศ. 1987 สร้างในปี – ราว 700 ปีก่อนคริสตกาล ถึง ราชวงศ์หมิง ปี ค.ศ.1368-1644 อาณาเขต – ความยาว 14,600 ลี้ (ราว 6,700 กิโลเมตร) สมญานาม‘กำแพงหมื่นลี้’ปัจจุบันส่วนที่หลงเหลือให้เห็นเป็นรูปกำแพงตามดินแดนตอนเหนือของจีน ได้แก่ กรุงปักกิ่ง(18 ด่าน) นครเทียนจิน(2 ด่าน) มณฑลกันซู่(20 ด่าน) มณฑลเหอเป่ย(43 ด่าน) มณฑลเหลียวหนิง( 2 ด่าน) มณฑลหนิงเซี่ย(15 ด่าน) มณฑลซันซี(61 ด่าน) และมณฑลส่านซี(24 ด่าน) ล้วนเป็นกำแพงเมืองที่ก่อสร้างในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสิ้น โดยสุดด้านตะวันออก คือ ด่านซันไห่กวน ในมณฑลเหอเป่ย และสุดด้านตะวันตก คือ ด่านเจียอี้ว์กวน ในมณฑลกันซู่ จากนั้นมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย ชมสินค้ามีชื่อของปักกิ่ง ชม หยกแท้ ของเมืองจีนพร้อมทั้งให้ท่านได้รับคำแนะนำและวิธีการดูหยก และให้ท่านเลือกชมและเลือกซื้อหยกไว้เป็นของฝากล้ำค่า
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร นำท่านผ่านชม โบสถ์ St.Joseph อยู่ใกล้ๆบริเวณหวังฟู่จิ่น ย่านใจกลางเมืองของปักกิ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะตัวแทนของโบสถ์ศาสนาคริสต์ของปักกิ่ง สร้างขึ้นเมื่อปี1870 เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาแห่งแรกที่สำนักศาสนาเมธธะดิสต์สหรัฐอเมริกาสร้างขึ้นที่ปักกิ่ง ตลอดจนภาคเหนือของจีน และเคยรับรองอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุ๊ชและบิลล์ คลินตัน ตลอดจนดร.จอร์จ ไครุยโบชี หัวหน้าบิชอบแคนเตอร์บูรี่ของอังกฤษ หลังจากนั้นนำท่านเลือกซื้อ “ผีเซี๊ยะ” ซึ่งชาวจีนเชื่อว่าจะนำโชคลาภเงินทองมาให้พร้อมทั้งคอยเฝ้าทรัพย์สมบัติไว้เพราะผีเซี๊ยกินเงินทองแล้วเก็บไว้ไม่ถ่ายออกมา
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่ ศูนย์การค้าหวังฟู่จิ่ง (Wangfujing) ซึ่งเป็นที่ช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในเมืองปักกิ่ง เป็นถนนเส้นยาวๆ สำหรับคนเดินห้ามรถทุกชนิดวิ่งผ่าน มีห้างสรรพสินค้า พลาซ่า และร้านค้าน้อยใหญ่เรียงรายสองข้างถนน รวมทั้งร้านอาหาร ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ ครบครัน พาท่านจับจ่ายกันอย่างเพลิดเพลินอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านค้าแบรนด์เนมราคาตายตัวต่อรองไม่ได้ และยังมีร้านกิ๊ฟช้อป ราคาย่อมเยาให้เลือกซื้อ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมีถนนอาหารนานาชาติ ซึ่งน่าชมแต่เป็นสัตว์แปลกๆ ที่ไม่ถูกปากคนไทยเท่าไหร่ ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูป ช้อปปิ้ง ชมวิว ตามอัธยาศัย
|
|
พักที่ HUAN DAO BO YA HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
|
| วันที่ห้า นั่งสามล้อโบราณชมเมือง - ตลาดรัสเซีย - กรุงเทพ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม นำท่านนั่งสามล้อชม “ หูถ้ง ” ซึ่งแปลว่า ตรอก ซอย หมายถึงย่านที่อยู่อาศัยแบบดั้งเดิมของชาวปักกิ่งที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน บ้านอิฐชั้นเดียวมุงด้วยกระเบื้องสีเทาตั้งรียงชิดกันตามตรอกซอย ที่ตัดพาดพันกันตามแนวดิ่งและแนวนอนเป็นตารางสี่เหลี่ยม ชาวหูถงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ประกอบกิจกรรมประจำวันอย่างง่ายๆ และเปิดเผย นำท่านแวะชมโรงงานผลิต ผ้าไหม ของจีน ชมวิธีการนำเส้นไหมออกมาผลิตเป็นสินค้าทั้งใช้เครื่องจักร และแรงงานคน ชมการดึงใยไหมรังแฝด ( แปลกแต่จริง ) เพื่อมาทำใส้นวมผ้าห่มไหม ซึ่งเหมาะกับการซื้อเป็นทั้งของฝากและใช้เอง
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร จากนั้นพาท่านช้อปปิ้ง ตลาดรัสเซีย เลือกซื้อสินค้า Brandname อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าหนัง เลียนแบบยี่ห้อชื่อดังมากมาย และราคาถูกกว่าเมืองไทยอย่างคาดไม่ถึง
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร ***ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน***
|
| 20.30 น. |
เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน AIR CHINA เที่ยวบินที่ CA 979
|
| 00.20 น. |
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
|