เดินทางแบบ EXCLUSIVE พักโรงแรม 5 ดาว เยือนเมือง อาบูดาบี้ มหัศจรรย์ทางวิศวกรรม
เมืองหลวงของ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เมืองที่ได้สมญานามว่าเป็น Garden of Gulf เพราะความเขียวขจีของตัวเมือง
จึงได้รับการยกย่องว่า เป็นสวรรค์แห่งทะเลทราย
รับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรม Emirates Palace
โรงแรมที่ติดอันดับว่าหรูหราที่สุดในโลกขณะนี้
ซึ่งสร้างสวยงามดุจดั่งพระราชวังของเจ้าผู้ครองนครเมืองดูไบ
ชม ลานสกีหิมะ ขนาดใหญ่แห่งแรก ณ Mall of the Emirates
นำท่าน ตะลุยทะเลทราย ขี่อูฐชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามและโรแมนติก
ชมระบำหน้าท้องที่งดงาม...กับบรรยากาศค่ำคืน อันแสนงดงาม
 |
| วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ - ดูไบ (6.35 ชม.) |
| 15.00 น. |
พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิฯ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D (ประตู4) สายการบิน THAI AIRWAYSสายการบินชั้นนำ หรูหราระดับโลก โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก เรื่องเอกสารและสัมภาระ
|
| 17.30 น. |
คณะออกเดินทางสู่ เมืองดูไบ โดยสายการบินTHAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG 517
|
| 21.40 น. |
เดินทางถึงสนามบินเมืองดูไบ (เวลาท้องถิ่นดูไบช้ากว่ากรุงเทพฯ 3 ชั่วโมง) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
|
|
นำท่านเดินทางสู่ที่พัก ระดับ 4 ดาว ณ FLORA GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สองของการเดินทาง อาบูดาบี – สุเหร่าหลวง (Grand Mosque) – ชิคาโก้ บีช – ตลาดพรม – เอมิเรตส์ พาเลซ - ดูไบ - IBN Battuta Mall – ดูไบ มอลล์ – ผ่านชมตึก |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ท่านเดินทางสู่ นครอาบูดาบี้ เป็นเมืองหลวงของ UAE นครที่ได้รับสมญาว่าเป็น GARDEN OF GULF เพราะความเขียวขจีของตัวเมือง ระหว่างทาง ท่านจะได้ชมตัว เมืองดูไบ ซึ่งเป็นที่สองในบรรดารัฐทั้งเจ็ดของสหรัฐอาหรับเอมิเรดส์ รองจากกรุงอาบูดาบี้ ดูไบนับเป็นหัวใจของธุรกิจการค้าและการท่องเที่ยวแห่งดินแดนตะวันออกกลางและดูไบยังเป็นมากกว่าเมืองสมัยใหม่ที่มากมายด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ด้วยภูมิประเทศที่แตกต่าง ความเขียวขจีของ ผืนดิน สนามหญ้า ต้นปาล์ม และต้นอินทผลัมนานาพันธุ์ที่เรียงรายอยู่ทั่วไป ฝั่งน้ำอันสดใสของทะเลอาหรับโดยเฉพาะทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่เป็นแบคกราวน์ได้สร้างความหลากหลายให้แก่เมืองนี้อย่างน่าทึ่ง สัมผัสกับเสน่ห์ที่ผสานกันจากมรดกทางวัฒนธรรมอันมั่งคั่งในแบบอาหรับดั้งเดิม และความสะดวกสบายของยุคใหม่ในแบบตะวันตกอันเก๋ไก๋ ซึ่งทันสมัยสำหรับคนจากทั่วโลก ผ่านชม พระราช วัง ที่ประทับประมุขของประเทศ
นำท่านชม Sheikh Zayed bin Sultan al Nahyan Grand Mosque ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3ของโลกและเป็นสุเหร่าประจำเมือง ของท่านเชคที่ก่อตั้งประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ ที่ท่าน สร้างไว้ก่อนท่านจะสวรรคต การก่อสร้างรวมทั้งหมดเป็นเวลา 10 ปี สุเหร่านี้มีพรมผืนที่ใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 5,627 ตารางเมตร และโคมไฟ Chandelier ใหญ่ที่สุดในโลก นำเข้าจากประเทศเยอรมันทำด้วยทองคำและทองแดง (อย่าลืมนำผ้าคลุมผมติดตัวไปด้วยค่ะ) สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้สูงถึง 40,000 คน นอกจากนี้มัสยิดแห่งนี้เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan อดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบี้ จากนั้นให้ท่านแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ณ จุดชมวิวชิคาโกบีช กับชายทะเลสีเทอร์ควอยซ์ที่ท่าน Sheikh Al Nayan สร้างขึ้นมาเป็นของ ขวัญแก่ชาวเมือง จากนั้นไปชมตลาดพรมราคาถูก มีพรมจากอิหร่าน และเปอร์เซียให้เลือกซื้อหาลวดลายสวยงามแปลกตา คณะ ช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกจากอาบูดาบี อาทิ พรม เครื่องแก้ว ฯลฯ
|
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร Le Vendom Restaurant ในโรงแรม Emirate Palace ซึ่งสร้างสวยงามดุจดั่งพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร โรงแรมนี้อยู่บนที่ของอดีตประธานาธิบดี Shieak Al Anyan ซึ่งท่านเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ของ U.A.E และเป็นเจ้า ผู้ครองนคร อาบูดาบี หลังอาหารนำท่านชมโรงแรม Emirate Palace ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 7 ดาว เทียบได้กับโรงแรม Burj Al Arab หรือโรงแรมเรือใบของดูไบ Emirates Palace เป็นโรงแรมของรัฐบาลอาบูดาบี บริหารโดยกลุ่มKempinski เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อปี 2548 โดยใช้งบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสร้างสวยงามดุจดั่งพระราชวังของเจ้าผู้ครองนคร โรงแรมแห่งนี้อยู่บนที่ของอดีตประธานาธิบดี Sheikh Al Nayan ท่านเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของ U.A.E และเป็นเจ้าผู้ครองนครอาบูดาบี้
|
| บ่าย |
นำท่านเดินทางกลับสู่ดูไบ
นำท่านแวะถ่ายรูปและช้อปปิ้งที่ IBN Battuta Mall สร้างตามสไตล์ 6 บรรยากาศ ได้ชื่อว่า The World Under One Roof โดยสร้างจากตำนานเส้นทางการเดินทางของนักสำรวจเส้นทางที่ชื่อ IBN Battuta นักสำรวจที่ยิ่งใหญ่ ที่เดินทางจากบริเวณตะวันออกกลางสู่เอเชียที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบจีน อินเดีย อิหร่าน (เปอร์เชีย) อิยิปต์ และตูนิเชีย ในบริเวณประกอบไปด้วย Super Market Giant และห้างต่างๆ โรงภาพยนตร์ Hi-Tech ร้านค้า Food court ท่านจะประทับใจในความทันสมัยและสินค้าอันตื่นตาตื่นใจกับของที่นี่ .... จากนั้นนำท่านสู่ ห้างดูไบมอลล์ (Dubai Mall) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมี พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ไม่รวมค่าเข้าชม) ให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าตู้ปลาที่มีขนาดมากกว่าสิบคนยืนเรียงกัน อิสระในการช้อปปิ้งของฝาก สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษ และ สตรี จากยุโรป กระเป๋าถือสตรี เครื่องไฟฟ้า เครื่องกีฬา .... ผ่านชมตึก “เบิร์จ ดูไบ” BURJ DUBAI ซึ่งสูงถึง 828 เมตร (ณ ปัจจุบันนี้) มีทั้งหมด 160 ชั้น เป็นตึกที่ได้ชื่อว่าสูงที่สุดในโลก BURJ DUBAI ออกแบบโดยนายเอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโก จากสำนักงานสถาปนิกคิดมอร์,โอวิงส์ แอนด์ เมอร์ริลล์ ผู้ออกแบบเดียวกันกับ SEARS TOWER ตึกที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน และ FREEDOM TOWER ในนิวยอร์ค ที่กำลังก่อสร้างแทนที่ตึก WORLDTRADE CENTER ที่ถล่มไปในปี 2001 การตบแต่งภายในดูแลโดย Giorgio Armani โดย 37 ชั้นล่างจะเป็น โรงแรม Armani ,ชั้น 45-108 เป็น apartment โดยมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งอยู่ที่ชั้น78 ,ชั้นที่เหลือเป็นสำนักงาน, ชั้น 123-124 เป็นจุดชมวิว และชั้นบนสุดเป็นที่ติดตั้งเสาสัญญาณต่างๆ และตึกนี้จะมีการติดตั้ง lift ที่มีความเร็วที่สุดในโลกคือ 18 เมตร ต่อวินาที หรือ 65 กม. ต่อ ชม. BURJ DUBAI ได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มกราคม 2553 โดยผู้ปกครองดูไบ ชีค Mohammed Bin Rashid Al Maktoum ในเวลา 20:00น. ตามเวลาท้องถิ่น 1,325 วันหลังจากเริ่มงานขุดฐานราก ในงานจะมีแขกเข้าร่วมงานกว่า 60,000 คน ชีค Mohammed จะเปิดเผยความสูงที่แท้จริงของตึกในงานนี้อีกด้วย
|
| ค่ำ |
นำท่านล่องเรือทานอาหารเย็นที่ Emirate Creek ชมทัศนียภาพและชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอาหรับยามราตรี ผ่านชมสนามกอล์ฟ “ดูไบ ครีก กอล์ฟ คลับ” สนามกอล์ฟ 1 ใน 3 สนามที่มีอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย
|
|
พักที่ FLORA GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า |
| วันที่สามของการเดินทาง ชาร์จ้าร์ – ผ่านชมสุเหร่า King Fisal - ตลาดบลู ซุค – Dune Safari ตะลุยทะเลทราย – ระบำหน้าท้อง Belly Dance |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ รัฐชาร์จ้าห์ ซึ่งอยู่ห่างจากรัฐดูไบ ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นรัฐที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การสหประชาชาติให้รัฐชาร์จ้าห์เป็น “จุดศูนย์รวมชาวอาหรับทางด้านวัฒนธรรม” และจุดแรกที่ท่านจะได้ชม คือ อนุสาวรีย์ คัมภีร์กุรอ่าน ซึ่งเป็นศูนย์รวมของชาวอาหรับที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งสร้างในรูปแบบ สถาปัตย กรรมสไตล์อาหรับโบราณและชม วงเวียนวัฒนธรรมของชาร์จ้าห์ ที่มีสถาปัตย กรรมที่สวยงาม ซึ่งเป็นสถานที่ที่บ่งบอกให้เห็นถึงความเคารพและนับถือศาสนาอย่างเคร่งครัดของชาวอาหรับ ให้ท่านได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกับ สุเหร่า King Faisal ซึ่งเป็นสุเหร่าที่ทางกษัตริย์ Faisal แห่งประเทศซาอุดิอาระเบียมอบให้เป็นของขวัญแก่ท่านเชค เพื่อแสดงให้เห็นถึงการนับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัดของพระองค์ ... และให้ท่านได้สำรวจตลาดสินค้าต่าง ๆ ที่ตลาดบลูซุค (Blue Souk) ซึ่งเป็นตลาดใหม่ มีสินค้ามากมายให้ท่านได้เลือกซื้อ อาทิเช่น รองเท้า, กระเป๋า, เครื่องหนัง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งของเด็ก สุภาพบุรุษและสุภาพสตรี รวมถึงชุดอาหรับประจำชาติ, สินค้าที่ระลึกชั้นนำ อาทิเช่น อูฐ, ทะเลทรายเจ็ดสี และของชำร่วยต่าง ๆ
|
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
|
| บ่าย |
นำท่านเดินทางไปทัวร์ทะเลทราย (Dune Safari & BBQ Dinner) (ท่านที่เมารถกรุณาแจ้งหัวหน้าทัวร์ก่อนไปทัวร์ทะเลทราย และอย่าลืมเอาแจ็คเก็ต, แว่นตาและกล้องถ่ายรูปไปด้วย) นำท่านขึ้นรถ 4 WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) ไปทัวร์ทะเลทราย ท่านจะได้สนุกและตื่นเต้นพร้อมสัมผัสกับประสบการณ์อันแปลกใหม่กับการนั่งรถตะลุยไปบนดูน (เนินทราย) ที่มีทั้งสูงและต่ำสลับกันไป ให้ท่านได้เล่นสกีทะเลทราย ที่ท้าทายและหวาดเสียว แต่ปลอดภัยพร้อมชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม และโรแมนติก นำท่านสัมผัสชีวิตแบบเบดูอินพื้นเมือง พร้อมให้ท่านได้สนุกสนานกับการขี่อูฐ จากนั้นให้ท่านพักผ่อนในแค้มป์กระโจมแบบอาหรับ ให้ท่านได้สวมชุดพื้นเมืองของชาวอาหรับถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก และมีการเพนท์มื้อในแบบอาหรับ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารค่ำแบบบาร์บีคิว จิบชาและกาแฟหอมกรุ่น สไตล์อาหรับในบรรยากาศที่แสนสบาย พร้อมทั้งชมโชว์ ระบำหน้าท้อง (Belly Dance) จากสาวชาวอาหรับ ชมระบำกระโปรง Tanora ของอียิปต์ ระบำหน้าท้องเป็นการเต้นรำที่เชื่อกันว่าเก่าแก่ที่สุดอย่างหนึ่ง ประมาณ 6,000 ปี ในดินแดนแถบอียิปต์ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นการแสดงที่สัมพันธ์กับวัฒนธรรมบูชาพระแม่ผู้เป็นแหล่งที่มาของพลังชีวิต และมีพิธีกรรมเกี่ยวพันกับความอุดมสมบูรณ์ เอื้อให้การคลอดลูกเป็นไปโดยสวัสดิภาพ แต่เดิมจึงเป็นการร่ายรำที่เน้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อท้องและสะโพก ช่วยให้นางรำมีร่างกายแข็งแรง สมควรแก่เวลา จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
|
|
พักที่ FLORA GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สี่ของการเดินทาง นครดูไบ - สุเหร่า จูไมร่า - จูไมร่า บีช - The Palm Project – Atlantis Hotel |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านล่องเรือ (Water Taxi) ชมความงดงามของ แม่น้ำครีกส์ (Creek River) เป็นจุดชมทิวทัศน์ มีลักษณะเป็นท่าเรือที่ตัดผ่านใจกลางเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมประวัติศาสตร์และเป็นย่านชุมชนในดูไบ The Creek เป็นที่ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมวิวทิศทัศน์ ยิ่งผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและประเพณีของผู้คนชาติต่างๆ จะต้องรู้สึกชื่นชมและประทับใจกับภาพทั้งสองฟากฝั่ง โดยเฉพาะภาพที่นกนางนวลหลายร้อยตัวบินโฉบฉวัดเฉวียนผ่านเรือสัญจร หรือที่เรียกว่า เรือเดา (dhow) มีลักษณะเป็นเรือใบเสาเดียวทีชาวอาหรับใช้เป็นพาหนะที่แล่นผ่านไปมา และหากคุณล่องเรือไปจนสุดปลายอ่าว คุณจะเห็นทะเลสาบบนเกาะหินปะการังขนาดใหญ่และเป็นที่ตื้นเขิน ซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นที่อพยพของสัตว์ โดยเฉพาะนก ที่ในฤดูหนาวจะอพยพมาตั้งหลักแหล่งในคราวเดียวกันถึง 27,000 ตัว จากนั้นนำท่านผ่านชม สุเหร่า จูไมร่า (Jumeirah Mosque) สุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของดูไบ สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ได้ชื่อว่าเป็นสุเหร่าที่สวยงามมากที่สุดในแถบนี้ ให้ท่านได้เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก จากนั้นให้ท่านได้แวะถ่ายรูปในบริเวณชายหาด Jumeirah Beach ซึ่งเป็นชายหาดตากอากาศที่สวยงามยอดนิยมของดูไบ จากจุดนี้ท่านสามารถถ่ายรูปโดยมีฉากหลังอันสวยงามเป็นโรงแรม Burj Al Arab โรงแรมสุดหรูระดับ 7ดาว ที่สวยและหรูหราที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และมีชื่อเสียงของตะวันออกกลาง ที่ทุกคนใฝ่ฝันที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัส ตั้งอยู่ริมอ่าวอาหรับ เป็นที่พักอาศัยของเศรษฐีชาวอาหรับ นำท่านเดินทางสู่ เดอะปาล์มไอร์แลนด์ (The Palm Island) เป็นโครงการที่อลังการ สุดยอดโปรเจคส์ของ ยูไนเต็ดอาหรับเอมิเรตส์ โดยการถมทะเล ให้เป็นเกาะเทียม สร้างเป็นรูปต้นปาล์ม 3 เกาะ บนเกาะมีที่พักโรงแรม รีสอร์ท อพาร์ตเม้น ร้านค้า ภัตตาคาร รวมทั้งสำนัก งานต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับที่ 8 ของโลก ให้ท่านได้ชมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะนี้
|
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย นำท่านชมพิพิธภัณฑ์ดูไบ (Dubai Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยที่สุดในตะวันออกกลาง สร้างเมื่อศตวรรษที่ 19 บูรณะครั้งล่าสุดปี 1970 เป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เช่น การค้นพบงาน ศิลป์ ภายในหลุมฝังศพที่ Al Qusais ที่มีอายุมากกว่า 4,000 ปี เรื่องราวการค้าขายมุก ในประวัติศาสตร์ ก่อนการค้นพบน้ำมัน ประทับใจกับการนำเทคโนโลยี่ต่างๆ มาถ่ายทอด บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ ของชาวอาหรับโบราณด้านในของพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นด้านบนและด้านล่าง ด้านบนจะเป็นแบบจำลองกำแพงหินและกระท่อมแบบชาวพื้นเมืองเก่าๆ สำหรับด้านล่างหรือชั้นใต้ดินจะกว้างใหญ่และลึกลับซับซ้อนมาก มีทั้งภาพวาดสีน้ำของดูไบในอดีต การจัดหุ่นนิ่งแสดงวิถีชีวิตของคนพื้นเมือง มีการจำลองบรรยากาศใต้ทะเลโดยใช้แสงสีจำลอง ทำให้เห็นภาพของชาวดูไบในอดีตทั้งภาพของคนดำหอยมุก ชาวเรือที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการต่อเรือ ภาพของคนงานที่กำลังขนของลงเรือ ซึ่งเป็นการแสดงบรรยากาศของเมืองท่าจริงๆ นอกจากนี้ ยังมีห้องแสดงความก้าวหน้าทางวิทยาการโบราณแบ่งซอยออกไปอีก โดยจัดแสดงพัฒนาการของตัวเลขและตัวอักษรอาระบิก รวมไปถึงการเรียนรู้วิชาดาราศาสตร์และเรื่องราวของทะเลทราย จากนั้นนำท่านไปยังตลาดทอง (Gold Souk) เป็นตลาดทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขายทุกอย่างที่เป็น Jewelry เช่น มุก อัญมณี ต่าง ๆ ร้านเล็ก ๆ จะอยู่หลังร้านใหญ่ มีร้านทองมากมายกว่าร้อยล้าน ให้ท่านได้เลือกซื้อหาลวดลายอันสวยงามแปลกตาหลากหลายดีไซน์จากนั้น นำท่านสู่ห้าง Mall of the Emirates ห้างสรรพ สินค้าชั้นนำขนาดยักษ์ ที่ประกอบไปด้วยแหล่งบันเทิงต่างๆนานา และช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ท่านสามารถร่วมพิสูจน์ “หิมะตกในทะเลทราย” ที่ Ski Dubai Complex ลานสกีหิมะขนาดใหญ่แห่งแรกที่สร้างขึ้นบนทะเลทราย (จำลองมาจากเมืองตากอากาศในประเทศสวิสเซอร์แลนด์)ภายในมีลานสกีเล็กสำหรับเด็กและลานสกีใหญ่สำหรับผู้ใหญ่ สามารถนั่งกระเช้าขึ้นไปบนยอดเนินสำหรับเล่นสกีได้ ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการเล่นสกีและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย (ค่าเข้าไม่รวมในค่าบริการ)
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
| 20.00 น. |
นำท่านเดินทางสู่สนามบิน
|
| 22.50 น. |
เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบิน สายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG 518
|
| วันที่ ห้าของการเดินทาง กรุงเทพฯ |
| 08.05 น. |
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ...โดยสวัสดิภาพ
|