การปลูกชา ทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โดทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โด (Hwagae-myeon, Hadong, Gyeongsangnam-do) สภาพอากาศอันอ่อนละไมตั้งตามชื่อ ฮวาแจ (มีความหมายว่า "ดอกไม้บาน" ซึ่งอ้างถึงนิยายท้องถิ่นซึ่งดอกไม้จะบานแม้แต่ในช่วงกลางฤดูหนาว) ประมาณปลายเดือนเมษายนหลังจากที่ดอกเชอรี่ที่ได้เบ่งบานแล้วกลับร่วงโรยบริเวณตามลำธารฮวาแจชอน ช่วงระหว่าง เขตฮวาแจและวัดซางเกซานั้นต้นชาป่าก็เริ่มแตกกิ่งก้านและให้กลิ่นหอมอันน่าอภิรมย์ บริเวณเขตฮวาแจซึ่งแม่น้ำซอมจินกังไหลคดเคี้ยวไปตามตีนเขาชีริซานนั้นพื้นดินจะอบอุ่นในช่วงกลางวันแต่จะเย็นลงอย่างรวดเร็วในยามยันด้วยอากาศแบบภูเขาอันหนาวเย็นทำให้เกิดการหันเหของอุณหภูมิอย่างเด่นชัด ไอหมอกจากแม่น้ำในยามอรุณรุ่งที่ล่องลอยอยู่รอบๆหุบเขาและสายฝนกับสภาพผิวดินนั้นสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกชาอย่างที่สุด ภายในเขตนี้มีการปลูกชาที่ได้รับการกำหนดมาเป็นพิเศษว่าจะถวายเป็นของบรรณาการโดยเฉพาะแก่ราชนิกูลตั้งแต่ยุคโคเรียว จนถึงยุคโชซอน เทศกาลชาน้ำค้างภูเขาฮาดองจัดขึ้นบริเวณวัดซังเกซาในเดือนพฤษภาคม ชื่อสถานที่: สำนักงานฮาดอง-กุน เบอร์โทร: (055) 880-2751โทรสาร: (055) 880-2679วิธีการเดินทาง: โดยรถโดยสารจากสถานีขนส่งนัมบู (Nambu Bus Terminal) ในโซลไปยังฮาดอง (ใช้เวลา 5 ชั่วโมง) หรือ โดยรถไฟเข้าฮาดองจากสถานีรถไฟโซล (มีวันละ 2 ขบวน ใช้เวลา 6 ชั่วโมง) การปลูกชาในโบซอง, ชลลานัม-โด (Boseong Jeollanam-do) โบซองเป็นสถานที่กำเนิดของโซเพียนเจ (Seopyeonje) เพลงบรรเลงเดี่ยวแนวพรรณนาตามแบบตะวันตกเฉียงใต้ชื่อพันซอริ (Pansori) และยังเป็นที่ปลูกชาเขียวในภูมิภาคนี้ด้วยที่มาของการเพาะปลูกชาโบซองนั้นย้อนกลับไปในปี 1939 ระหว่างยุคการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น ผู้ชำนาญการเรื่องชาของญี่ปุ่นได้เลือกพื้นที่ที่ดีที่สุดในการปลูกชาดำและเริ่มทำการปลูกด้วยเมล็ดชาที่นำเข้ามาจากอินเดีย ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1970 ถึงต้นทศวรรษที่ 1980 การปลูกชาเขียวได้ขยายตัวขึ้นอย่างมากมายมหาศาลซึ่งทำให้โบซองเป็นแหล่งเพาะปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี และครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตชาเขียวให้แก่ประเทศในอัตราถึง 90 % โบซอง-กุนมีการจัดเทศกาลแห่งกลิ่นชาที่เรียกว่าดายางเช (Dahyangje) ในประมาณฤดูการเก็บเกี่ยวชาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเริ่มด้วยพิธีในวันแรกเพื่ออุทิศให้กับเทพแห่งการปลูกชา มีพิธีการแสดงต่างๆอันหลากหลายกระจัดกระจายในบริเวณพื้นที่เพาะปลูกรวมถึงการแข่งขันการเก็บใบชา การแข่งขันการกลั่น การแห่แหนธิดาชา และการสาธิตพิธีดื่มชา นกชา โซชู (Nokcha soju) คือเหล้าที่กลั่นด้วยใบชาเขียว และสปาชาเขียว คือสิ่งที่น่าสนใจที่ควรสัมผัส ชื่อสถานที่: ฝ่ายวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สำนักงานโบซอง-กุนเบอร์โทร: (061) 850-5224วิธีการเดินทาง: โดยรถโดยสารเข้าโบซองจากสถานีขนส่งควางจู (รถออกทุกๆ 30 นาที ใช้เวลา 90 นาที)ข้อมูลเพิ่มเติม: สถานอาบน้ำเค็มชาเขียวยุลโป (Yulpo Saltwater Green Tea Bath) โทร. (061) 853-4566
การปลูกชา ทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โดทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โด (Hwagae-myeon, Hadong, Gyeongsangnam-do) สภาพอากาศอันอ่อนละไมตั้งตามชื่อ ฮวาแจ (มีความหมายว่า "ดอกไม้บาน" ซึ่งอ้างถึงนิยายท้องถิ่นซึ่งดอกไม้จะบานแม้แต่ในช่วงกลางฤดูหนาว) ประมาณปลายเดือนเมษายนหลังจากที่ดอกเชอรี่ที่ได้เบ่งบานแล้วกลับร่วงโรยบริเวณตามลำธารฮวาแจชอน ช่วงระหว่าง เขตฮวาแจและวัดซางเกซานั้นต้นชาป่าก็เริ่มแตกกิ่งก้านและให้กลิ่นหอมอันน่าอภิรมย์ บริเวณเขตฮวาแจซึ่งแม่น้ำซอมจินกังไหลคดเคี้ยวไปตามตีนเขาชีริซานนั้นพื้นดินจะอบอุ่นในช่วงกลางวันแต่จะเย็นลงอย่างรวดเร็วในยามยันด้วยอากาศแบบภูเขาอันหนาวเย็นทำให้เกิดการหันเหของอุณหภูมิอย่างเด่นชัด ไอหมอกจากแม่น้ำในยามอรุณรุ่งที่ล่องลอยอยู่รอบๆหุบเขาและสายฝนกับสภาพผิวดินนั้นสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกชาอย่างที่สุด ภายในเขตนี้มีการปลูกชาที่ได้รับการกำหนดมาเป็นพิเศษว่าจะถวายเป็นของบรรณาการโดยเฉพาะแก่ราชนิกูลตั้งแต่ยุคโคเรียว จนถึงยุคโชซอน เทศกาลชาน้ำค้างภูเขาฮาดองจัดขึ้นบริเวณวัดซังเกซาในเดือนพฤษภาคม
ทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โดทุ่งชาป่าในฮวาแจ-เมียน, ฮาดอง, เคียงซางนัม-โด (Hwagae-myeon, Hadong, Gyeongsangnam-do) สภาพอากาศอันอ่อนละไมตั้งตามชื่อ ฮวาแจ (มีความหมายว่า "ดอกไม้บาน" ซึ่งอ้างถึงนิยายท้องถิ่นซึ่งดอกไม้จะบานแม้แต่ในช่วงกลางฤดูหนาว) ประมาณปลายเดือนเมษายนหลังจากที่ดอกเชอรี่ที่ได้เบ่งบานแล้วกลับร่วงโรยบริเวณตามลำธารฮวาแจชอน ช่วงระหว่าง เขตฮวาแจและวัดซางเกซานั้นต้นชาป่าก็เริ่มแตกกิ่งก้านและให้กลิ่นหอมอันน่าอภิรมย์ บริเวณเขตฮวาแจซึ่งแม่น้ำซอมจินกังไหลคดเคี้ยวไปตามตีนเขาชีริซานนั้นพื้นดินจะอบอุ่นในช่วงกลางวันแต่จะเย็นลงอย่างรวดเร็วในยามยันด้วยอากาศแบบภูเขาอันหนาวเย็นทำให้เกิดการหันเหของอุณหภูมิอย่างเด่นชัด ไอหมอกจากแม่น้ำในยามอรุณรุ่งที่ล่องลอยอยู่รอบๆหุบเขาและสายฝนกับสภาพผิวดินนั้นสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกชาอย่างที่สุด ภายในเขตนี้มีการปลูกชาที่ได้รับการกำหนดมาเป็นพิเศษว่าจะถวายเป็นของบรรณาการโดยเฉพาะแก่ราชนิกูลตั้งแต่ยุคโคเรียว จนถึงยุคโชซอน เทศกาลชาน้ำค้างภูเขาฮาดองจัดขึ้นบริเวณวัดซังเกซาในเดือนพฤษภาคม
การปลูกชาในโบซอง, ชลลานัม-โด (Boseong Jeollanam-do) โบซองเป็นสถานที่กำเนิดของโซเพียนเจ (Seopyeonje) เพลงบรรเลงเดี่ยวแนวพรรณนาตามแบบตะวันตกเฉียงใต้ชื่อพันซอริ (Pansori) และยังเป็นที่ปลูกชาเขียวในภูมิภาคนี้ด้วยที่มาของการเพาะปลูกชาโบซองนั้นย้อนกลับไปในปี 1939 ระหว่างยุคการล่าอาณานิคมของญี่ปุ่น ผู้ชำนาญการเรื่องชาของญี่ปุ่นได้เลือกพื้นที่ที่ดีที่สุดในการปลูกชาดำและเริ่มทำการปลูกด้วยเมล็ดชาที่นำเข้ามาจากอินเดีย ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1970 ถึงต้นทศวรรษที่ 1980 การปลูกชาเขียวได้ขยายตัวขึ้นอย่างมากมายมหาศาลซึ่งทำให้โบซองเป็นแหล่งเพาะปลูกชาที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี และครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งผลิตชาเขียวให้แก่ประเทศในอัตราถึง 90 % โบซอง-กุนมีการจัดเทศกาลแห่งกลิ่นชาที่เรียกว่าดายางเช (Dahyangje) ในประมาณฤดูการเก็บเกี่ยวชาในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเริ่มด้วยพิธีในวันแรกเพื่ออุทิศให้กับเทพแห่งการปลูกชา มีพิธีการแสดงต่างๆอันหลากหลายกระจัดกระจายในบริเวณพื้นที่เพาะปลูกรวมถึงการแข่งขันการเก็บใบชา การแข่งขันการกลั่น การแห่แหนธิดาชา และการสาธิตพิธีดื่มชา นกชา โซชู (Nokcha soju) คือเหล้าที่กลั่นด้วยใบชาเขียว และสปาชาเขียว คือสิ่งที่น่าสนใจที่ควรสัมผัส