
|
|

|
โตเกียว หรือ กรุงโตเกียว (Tokyo) เป็นเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น โตเกียวเดิมเคยถูกเรียกว่า “เอะโดะ” ซึ่งมีความหมายว่า “ปากแม่น้ำ” โตเกียว หรือ เอะโดะ เดิมเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ จนต่อมาในปีค.ศ.1457 ได้มีการก่อสร้างปราสาทเอะโดะ ซึ่งใช้เป็นที่พักของรัฐบาลโชกุนโทะกุงะวะ และหลังจากนั้นโชกุนคนต่อๆไปก็มาอาศัยอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้มาตลอด 200 กว่าปี ซึ่งทำให้พื้นที่รอบด้านได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนโตเกียวกลายเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ และมีประชากรอาศัยอยู่มาก จนต่อมาระบบโชกุนสิ้นสุดลง จักรพรรดิเมจิ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเมืองจาก “เอะโดะ” เป็นคำว่า “โตเกียว” ซึ่งหมายถึง นครหลวงตะวันออก ทำให้เมืองโตเกียวกลายเป็นศูนย์กลางทางการปกครองและวัฒนธรรมของประเทศ และการที่จักรพรรดิทรงย้ายมาประทับจึงทำให้โตเกียวกลายเป็นเมืองหลวงอย่างเต็มตัว และปราสาทเอโดะก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นพระราชวัง
|
|
|

|
สถานที่ท่องเที่ยว ห้ามพลาดในกรุงโตเกียว
|
|

|
|
พระราชวังอิมพีเรียล IMPERIAL PALACE
พระราชวังอิมพีเรียล ตั้งอยู่ในเขตจิโยดะ กลางกรุงโตเกียว เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเอะโดะ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดิและพระราชวงศ์ของญี่ปุ่น ตัวปราสาทสร้างตามรูปแบบเดิมของปราสาทเอะโดะ ซึ่งล้อมรอมด้วยคูน้ำและกำแพงหิน ทางเข้าหลักจะเป็นสะพานคู่ หรือที่เรียกกันว่า “นิจูบาชิ (Nijubashi) ที่มีความสวยงามมาก แต่สะพานแห่งนี้ไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเดินผ่าน ยกเว้นแค่ในช่วงปีใหม่ และวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระจักรพรรดิ ที่จะเปิดให้พสกนิกร(บางคน)ข้ามมาเพื่อรับประทานพรใกล้ๆ ทางด้านตะวันออกจะมีสวนดอกไม้ (Higashi Gyoen) ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่มีความงดงามมาก ในส่วนสวนดอกไม้นี้ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามาพักผ่อนได้ตลอดเวลา และยังสามารถเข้าไปในเขตพระราชฐานได้ 3 ประตู จากทั้งหมด 8 ประตู คือ โอเตมง (Ote-mon) , ฮิรากาวะมง (Hirakawa-mon) , และคิตะฮาเนบาชิมง (Kitahanebashi-mon) ส่วนตัวพระตำหนักแกรนิต และบะซอลต์จากภูเขาไฟ คลุมด้วยหลังคาสีเขียว พระราชวังแห่งนี้สร้างเสร็จใน ค.ศ.1970 แทนพระตำหนักเดิมที่ถูกระเบิดในช่วงสงครามโลก ในปี 1945
|
|

|
|
โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ TOKYO DISNEYLAND
โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ ตั้งอยู่ในเมืองอุระยะซุ อยู่ทางตะวันออกของโตเกียว สวนสนุกแห่งนี้เป็นสวนสนุกแห่งแรกของดิสนีย์ที่สร้างขึ้นนอกสหรัฐอเมริกา ภายในแบ่งเป็นสองส่วน คือ ดิสนีย์แลนด์ ซึ่งจะมีเครื่องเล่นที่ค่อนข้างหวาดเสียว และ ดิสนีย์ซี ซึ่งจะมีเครื่องเล่นที่เหมาะกับเด็ก ภายในโตเกียว ดิสนีย์แลนด์แบ่งออกเป็น 7 โซน คือ
1. World Bazaar ซึ่งในโซนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นร้านขายของที่ระลึก
2. Advwnture Land เป็นโซนตะลุยป่า เครื่องเล่นที่แนะนำในโซนนี้คือ Pirate Of The Caribbean
3. Western land เป็นดินแดนแห่งโลกตะวันตก เครื่องเล่นที่แนะนำคือ Big Thunder Mountain
4. Critter Country เครื่องเล่นที่แนะนำในโซนนี้คือ Splash Mountain
5. Fantasy Land เป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย เครื่องเล่นที่แนะนำในโซนนี้คือ Haunted Mansion
6. Toontown ดินแดนแห่งตัวการ์ตูนดิสนีย์
7. Tomorrow Land ดินแดงแห่งโลกอนาคต เครื่องเล่นที่แนะนำในโซนนี้คือ Buzz Light year’s Astro Blasters
และที่พลาดไม่ได้คือ Disney’s Dreams on Parade ซึ่งเป็นพาเหรดในช่วงกลางวัน เวลาการแสดงจะอยู่ในช่วง 12.00 – 15.00 น. และ Tokyo Disneyland Electric Parade Dream Lights เป็นพาเหรดในช่วงกลางคืน ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของดิสนีย์แลนด์แห่งนี้ ซึ่งเวลาการแสดงของในแต่ละวันจะไม่แน่นอน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเวลาที่พระอาทิตย์ตกดิน
|
|

|
|
สะพานสายรุ้ง RAINBOW BRIDGE
สะพานสายรุ้ง เป็นสะพานแขวนที่เชื่อมต่อระหว่างย่านชิบะอุระ และ ย่านโอไดบะ ที่ทอดข้ามตอนเหนือของอ่าวโตเกียว สร้างเสร็จสมบูรณ์และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2536 บนสะพานมีทางเดินเท้าทั้งสองฝั่งทั้งเหนือและใต้ จะเห็นทิวทัศน์ของชายฝั่งโตเกียวและโตเกียวทาวเวอร์ ในเวลากลางคืน สะพานจะถูกประดับด้วยแสงไฟที่มีความสวยงาม และโรแมนติกเป็นอย่างมาก
|
|

|
|
TOKYO NATIONAL MUSEUM
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1872 เป็นสถานที่ที่เก็บรักษาศิลปวัตถุและโบราณวัตถุที่สำคัญจากทั่วทั้งทวีปเอเซีย
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในสวนอุเอโนะ ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ ได้แก่ อาคารศิลปะเชีย อาคารเฮียวเคอิ อาคารเฮเซอิ และอาคารสมบัติแห่งวัดโฮริว และยังมีศูนย์วิจัยและสารสนเทศ ในบริเวณพิพิธภัณฑ์ยังมีร้านอาหารและร้านค้าอยู่หลายร้าน และมีส่วนจัดนิทรรศการกลางแจ้งและสวนหย่อมให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศได้
|

|
สถานที่ช้อปปิ้ง ห้ามพลาดในโตเกียว
|
|

|
|
ชินจูกุ (SHIN JU-KU)
ชินจูกุ เป็นสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นสถานีที่มีผู้คนพลุกพล่านมากที่สุดในโลก ชินจูกุเป็นสถานีรถไฟที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นจุดเปลี่ยนต่อของรถไฟทั้งสายในโตเกียวและภูมิภาคต่างๆ และชินจูกุถือเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโตเกียว ซึ่งเป็นย่านที่มีร้านค้าหลากหลายให้เลือก มืสินค้าครบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า สินค้าแบรนด์เนม เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้ามือสอง ร้านขายยา รวมไปถึงแหล่งบันเทิงกลางคือ และร้านอาหารต่างๆด้วย และยังมีห้างสรรพสินค้าใหญ่อีก 4 แห่งในบริเวณนั้น ได้แก่ Odakyu , Keio , Big Camera และ Isetan
|
|

|
|
กินซ่า (GINZA)
กินซ่า ถือเป็นย่านที่มีชื่อเสียงดังไปทั่วโลกของญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เป็นย่านร้านค้าที่เป็นแหล่งรวมสินค้าแบรนด์เนม ที่มีความหรูหรา และราคาสูง ในเวลากลางคืนย่านนี้จะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟจากหลอดไฟนีออนและป้ายโฆษณา และแสง สี เสียงของสถานบันเทิง จุดนัดพบยอดนิยมของย่านนี้ คือ หน้าตึกโซนี่ ซึ่งด้านในจะเป็นโชว์รูมสินค้าอิเล็กทรอนิคส์รุ่นล่าสุด และโชว์รูมโตโยต้า และแถวนั้นยังมีอาร์ตแกลเลอรี่มากมาย ซึ่งเป็นแกลเลอรี่ที่ขายงานศิลปะคุณภาพ
|
|

|
|
ชิบุยะ (SHIBUYA)
ชิบุยะเป็นย่านที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว เป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นญี่ปุ่น มีสินค้าทุกอย่างไว้ตอบสนองวัยรุ่น จึงทำให้ย่านนี้เป็นย่านที่มีผู้คนพลุกพล่าน ประตูทางออกของสถานีชิบุยะจะมีรูปปั้นของฮาจิโกะ (Hajiko) สุนัขผู้สื่อซัตย์ มีเรื่องราวเล่าว่าสุนัขตัวหนึ่งเผ้ารอนายมันทุกๆวันที่สถานีชิบุยะตั้งแต่ปี 1923 ถึง 1935 มันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความจงรักภัคดี ปัจจุบันบริเวณรูปปั้นนี้จึงกลายเป็นจุดนัดพบ จากทางออกสถานีในด้านรูปปั้นนี้จะพบกับห้าแยกใหญ่ ซึ่งมองไปข้างหน้าจะเห็นอาคารชิบุยะ 109 ซึ่งเป็นแหล่งซื้อของที่วัยรุ่นนิยมเป็นอย่างมาก
|
|

|
|
ฮาราจูกุ (HARAJUKU)
ฮาราจูกุเป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นญี่ปุ่น ซึ่งเด็กญี่ปุ่นจะชอบแต่งหน้า แต่งตัว มาอวดกัน โดยในวันอาทิตย์เด็กเหล่านี้จะมารวมตัวกัน แต่งตัวกันทั้งแนวแฟนตาซี ปีศาจ คิขุอาโนะเนะ เป็นตัวการ์ตูน เป็นสีสันให้แก่ย่านนี้
แหล่งช้อปปิ้งของย่านนี้คือ ถนนทาเคชิตะ (Takeahita Dori) และถนนโอโมดตะซานโดะ (Omotosando) ถนนทาเคชิตะ เป็นถนนสายเล็กๆ หน้าสถานีฮาราจูกุ เป็นแหล่งรวมสินค้าสำหรับวัยรุ่น ทั้งร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง และร้านเครป ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของถนนสายนี้ เพราะมีร้านเครปเยอะมาก ส่วนถนนโอโมโตะซานโดะ จะเป็นถนนสายแบรนด์เนมหรู ถนนสายนี้เป็นเป็นถนนที่วัยรุ่นแต่งตัวสวย หล่อ และเป็นถนนที่ดาราชอบมาเดิน
|
|

|
|
อากิฮาบาระ (AKIHABARA)
อากิฮาบาระ ชื่อย่อคือ อากิบะ เป็นย่านช้อปปิ้งที่น่าสนใจและเป็นเอกลักษณ์แห่งหนึ่งของโตเกียว เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฮเทค GADGETS ทั้งหมดสามารถหาซื้อได้ที่นี่ไม่ว่าจะเป็น เครื่องซักผ้า, ตู้เย็น, เครื่องเสียง, โทรศัพท์มือถือ, คอมพิวเตอร์ทุกชนิด, ฯลฯ ย่านแห่งนี้นอกจากจะเลื่องชื่อเรื่องสินค้าอิเล็คทรอนิคส์และGadgetสุดล้ำแล้ว ยังเป็นย่านที่เรียกได้ว่าเป็นอาณาจักรของกลุ่มคนที่มีชื่อเรียกว่า “โอตาคุ” (Otaku) อีกด้วย
นอกจากสินค้าอิเล็คทรอนิคส์แล้ว ย่านอากิบะยังมีสินค้าที่เอาใจชาวโอตาคุอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Tokyo Anime Center ที่ชั้น4 ของตึก UDX Building ซึ่งเป็นศูนย์ที่มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับวงการอนิเมะของญี่ปุ่น หรือจะเป็นห้างMandarake ซึ่งเป็นห้างที่ขายสินค้าเกี่ยวกับอนิเมะและมังงะที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมีร้านที่รับฝากของมาขาย ซึ่งจะให้บริการตู้กระจกให้โอตาคุที่อยากโละของสะสมเอามาตั้งขายให้เห็นด้วย
 เมดคาเฟ่ (Maid Café)
และสินค้าอีกหนึ่งอย่างที่ทำมาเพื่อเอาใจโอตาคุที่อยากประหยัดตังค์เพื่อฟิกเกอร์สุดที่รัก สินค้านั้นก็คือโอเด้งกระป๋องตราโอเด้งจัง (Oden chan) นั่นเอง!! ในกระป๋องจะบรรจุโอเด้ง หรือ ลูกชิ้นปลาต้ม ที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย วิธีกินที่แสนง่ายแค่โปะลงบนข้าวเปล่า และด้วยการเก็บรักษาที่เก็บได้เป็นปี และราคาที่ถูกแสนถูกแค่ 250 เยน จึงเป็นอาหารที่ถูกใจเหล่าโอตาคุที่ต้องการจะประหยัดเงินและเวลาในการใช้ชีวิตวันต่อวันอย่างดีเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ย่านอากิบะยังมีอีกอย่างที่สุดแปลกให้เห็นคือ
เมดคาเฟ่ (Maid Café) ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่จะมีสาวๆแต่งชุดเมดหรือชุดแม่บ้านสไตล์ยุโรปมาคอยเอาอกเอาใจโอตาคุหนุ่มๆที่แวะมาดื่มกาแฟนั่นเอง โดยจะมีค่า Service Charge สนนคนละ 1,000 เยนต่อครึ่งชั่วโมง ถ้าหากหนุ่มๆอยากจะให้บริการเพิ่มอย่างเช่นเล่นเกมด้วย หรือนอนตัก หรืออะไรก็ตามแต่ที่ระบุไว้ในเมนู ก็ต้องควักเงินจ่ายเพิ่ม แต่กิจกรรมทุกอย่างจะต้องอยู่ในขอบเขตด้วย เรียกได้ว่าถ้าเป็นบ้านเราก็คือเด็กนั่งดริ๊งค์ดีๆนี่เอง
|

|
สถานที่ไหว้พระ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในโตเกียว
|
|

|
|
วัดอาซากุสะ (Asakusa)
วัดเซ็นโซจิ หรือ อาซากุสะคันนง (Asakus Kannon) ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ วัดนี้เป็นวัดทางศาสนาพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในภูมิภาคคันโตของญีปุ่น สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี ค.ศ.628-645 วัดแห่งนี้มีตำนานเล่าขานกันว่า มีสองพี่น้องตระกูล ฮิโนะคูมะ ผู้มีอาชีพหาปลา วันหนึ่งได้มาหาปลาที่แม่น้ำสุมิดะ แล้วได้เหวี่ยงแหไปในแม่น้ำแต่กลับไปพบรูปปั้นพระโพธิสัตว์ (Kannon) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา และแม้ว่าทั้งคู่จะนำรูปปั้นกลับไปคืนในแม่น้ำสักกี่ครั้ง ก็ต้องมีเหตุให้รูปปั้นกลับมาอยู่ในมือของทั้งสองคนเสมอ ด้วยความศรัทธาของทั้งสอง และชาวบ้านในหมู่บ้านละแวกนั้น จึงได้สร้างวัดขึ้น และอัญเชิญรูปปั้นพระโพธิสัตว์ (Kannon) มาประดิษฐาน ณ วัดแห่งนี้ และตำนานยังมีต่อไปอีกว่า ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันกับที่สองพี่น้องพบรูปปั้น ได้ปรากฎมังกรทองตัวนึงเลื้อยลงมาจากสวรรค์ วัดแห่งนี้จึงเป็นวัดที่โชกุน และซามูไรเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างมาก
จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ โคมแดงขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่บริเวณ ประตูคามินาริมง (Kaminarimon) ทั้งสองข้างของโคมแดงจะเป็นรูปปั้นของ 2 เทวบาลรักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน (Fujin) เทพเจ้าแห่งสายลม และ ไรจิน (Raijin) เทพเจ้าแห่งอสุนีบาต
ภายในวัดจะมีการให้สักการะเทพเจ้าคันนง โดยการรดน้ำ และตรงกลางวัดจะมีกระถางธูปขนาดใหญ่ ซึ่งมีความเชื่อว่า ถ้าผู้ใดได้รับควันธูปจากกระถางธูปนี้ จะโชคดีมีสุข นอกจากนี้ยังมีการทำบุญไหว้พระด้วยการโยนเหรียญลงในกล่อง และการเสี่ยงเซียมซี
|

|
แนะนำร้านค้าที่คุณจะถูกใจ ในโตเกียว
|
| ร้านอาหารและขนม |
|

|
|
- ร้าน Ma Patisserie
เป็นร้านที่รวมเค้กชื่อดังจากทั่วประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า ที่เดียวจบ!! และในบางวันยังมีขนมเค้กที่จัดทำเป็นพิเศษโดยกุ๊กชื่อดังของโตเกียวมาขายด้วย
ที่ตั้ง : อยู่ในห้าง ISETAN ชั้น B1
|
|

|
|
- ร้าน Jean Paul Hevin
เป็นร้านขายช็อคโกแลตนำเข้าจากฝรั่งเศส ที่มีช็อคโกแลตหลากหลายรูปแบบให้เลือก ซึ่งคอช็อคโกแลตไม่ควรพลาดร้านนี้เป็นอันขาด
ที่ตั้ง : อยู่ในห้าง ISETAN ชั้น B1
|
ร้านขายของต่างๆ |
|

|
|
- ร้าน 100 เยน (DAISO)
เป็นร้านที่ขายของใช้ทั่วไป เรียกว่า มีเกือบทุกอย่างที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันและทำงาน ซึ่งราคาของสินค้าทั้งร้านจะขายในราคาเดียวคือ 100 เยน
ที่ตั้ง : สามารถหาได้ง่าย อยู่ในเกือบทุกย่านของโตเกียว
|
|

|
|
- ร้าน ORIENTAL BAZZAR
เป็นร้านขายของที่ระลึกที่ใหญ่ที่สุด ร้านนึงในญีปุ่น สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีลักษณะบ่งบอกถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เรียกว่า ถ้าอยากซื้อของฝากที่แฝงไปด้วยความเป็นญี่ปุ่น ต้องมาที่ร้านนี้
ที่ตั้ง : ย่าน ORIENTAL BAZZAR (ชื่อเดียวกับร้าน) แถวโอโมะโตะซันโดะ (ขายของแนวนี้เกือบทุกร้าน)
|
|

|
|
- ห้าง LAOX
ร้านที่ ที่นี่ก็คือห้าง Laox นั่นเอง เป็นห้างที่ขายสินค้าอิเล็คทรอนิคส์ที่ใครๆก็บอกว่าดีที่สุดในย่านนี้เลย นอกจากจะบริการดี พูดอังกฤษได้แล้วยังสามารถรับเงินภาษีคืนได้อีกด้วย เรียกได้ว่าถูกใจนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาใช้บริการได้ดีมากเลยทีเดียว (ทำไมห้างพันธุ์ทิพย์ กับ ฟอร์จูนบ้านเราไม่เป็นแบบนี้บ้างนะ)
ซึ่งนอกจากห้าง Laox แล้วก็ยังมีร้าน Sofmap ที่เด่นในด้านสินค้าใหม่ๆ และร้าน Akky ที่เป็นร้าน Duty free คุณภาพดีไม่มีย้อมแมวอีกร้านที่คนแถวนี้มักจะแนะนำอยู่เสมอ
|

|
|

|
|
มหานครโตเกียวยังมีอะไรอีกมากมาย ที่พูดบรรยายออกมาได้ไม่หมด นอกจากต้องหาโอกาสไปซึมซับเอาเอง เพราะว่าหลายๆ คนที่ไปแล้ว ไปอีก ไม่มีเบื่อ ได้ให้เหตุผลในการชอบไปโตเกียวว่า
“ไปกี่ที กี่ที่ โตเกียวก็ไม่เคยเหมือนเดิม” ^^
|

|